สีวิกากาญจน์

สีวิกา หมายถึง เสลี่ยงหรือคานหาม เป็นพระราชยานสำหรับเจ้านายฝ่ายในที่สูงศักดิ์ระดับสมเด็จพระราชินี ‘สีวิกากาญจน์’ องค์นี้ สถาบันสิริกิติ์จัดสร้างโดยนำต้นแบบมาจากสีวิกาที่ประดิษฐานอยู่บนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ซึ่งมีโครงสร้างเป็นไม้แต่องค์ใหม่นี้สร้างเป็นทองคำผสานเทคนิคจากช่างสถาบันสิริกิติ์ในหลายแผนก อาทิ แผนกเครื่องเงิน-เครื่องทอง ลงยาสี แกะสลักไม้ และตกแต่งปีกแมลงทับ

เครื่องบนเรือนกัญญา หลังคาลดชั้น หน้าบันสลักทองคำ ลงยาราชาวดีและมีรูปกมลาสน์ลีลาศหงส์หรือรูปพระพรหมทรงหงส์ รวยระกาสลักทองฉลุ ลงยาราชาวดี ตัวรวยและนาคสะดุ้งจำหลักทองฉลุ ซับพื้นปีกแมลงทับ หางหงส์สร้างเป็นรูปเทพถวายกรเบือน ประกอบเครื่องทรงทองคำประดับเพชร ช่อฟ้าเป็นทองคำสลักลงยา สันบนจำหลักฉลุทอง ลงยาราชาวดี ปักบราลีรูปพรหมประนมกร ผืนหลังคานอกฉลุ สลักทองเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่ง โดยพื้นหลังคาซับปีกแมลงทับ เชิงกลอนจำหลักทองลงยา คันทวยที่ทำหน้าที่ค้ำยันชายคานั้นเป็นรูปนาคหกหรือนาคห้อยหัวจำหลักทองลงยา เสาบัวปลายเสาและเชิงเสาล่างจำหลักทองลงยา ตัวเสาลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่งผูกม่านทอง แผงบังม่านสลักทองรูปนกไม้เทศ ฐานสิงห์ส่วนหน้ากระดานล่างสลักไม้ ปิดทองคำเปลวเป็นลายปฏิญาณน้อยใหญ่ สลักและฉลุด้วยไม้โมกทั้งตัว ราวหน้าและราวหลังก็จำหลักฉลุ พื้นสานเส้นเงินแล่งลายดอกสี่กลีบ ปูด้วยสุจหนี่ไหมแดงครั่ง ปักไหมทองลายดวงกุดั่นรักร้อย คานหามเป็นไม้สลักลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่ง โดยสอดไว้ในห่วงขาสลักทองลงยา

วาระจัดทำ เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พุธศักราช 2549 และในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พุทธศักราช 2550

ขนาด กว้าง 10.3 เซนติเมตร ยาว 1.87 เมตร สูง 2.33 เซนติเมตร
จำนวนช่างฝีมือ 160 คน
ระยะเวลาจัดทำ 1 ปี 6 เดือน